<< กลับไปดูหัวข้อทั้งหมด l จำนวนคนอ่าน 4299 คน
 

ศัพท์ทางการเมืองและวาทกรรมทางการเมือง

หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ( วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 )
 

ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน, ราชบัณฑิต

ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอก  วิทยาลัยสื่อสารการเมือง

มหาวิทยาลัยเกริก

 

การเมืองเป็นเรื่องต่อสู้เพื่ออำนาจ  ช่วงชิงกันเพื่อได้อำนาจรัฐ  บางครั้งการต่อสู้มีกระบวนการที่รุนแรงแทบจะกลายเป็นสงคราม  แต่การเมืองก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมนุษย์และการปกครองบริหาร  กระบวนการทางการเมืองได้นำไปสู่การพัฒนาศัพท์แสงทางการเมือง  วาทกรรมทางการเมือง  ซึ่งอาจเป็นที่เข้าใจกันเฉพาะในหมู่นักการเมือง  นักวิชาการทางการเมือง  หรือผู้สนใจ

 

ตัวอย่างของศัพท์ทางการเมืองและวาทกรรมทางการเมือง  ซึ่งมีลักษณะจำเพาะในการเมืองไทยอยู่หลายคำและหลายวาทกรรม  แต่บางส่วนก็เป็นลักษณะสากล 

 

ศัพท์ทางการเมืองที่พอจะเป็นตัวอย่างได้นั้น มีดังต่อไปนี้

 

คืนหมาหอน  หมายถึง  คืนก่อนวันเลือกตั้ง  มีผู้มาเยี่ยมเยียนจนเกิดการเห่าและหอนของสุนัขเพราะเป็นแขกในยามวิกาล  จุดประสงค์ที่มาเยี่ยมเยียนก็คือมาชำระเงินเพื่อให้ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง  หรือผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง  พูดง่ายๆ คือเป็นคืนของการจ่ายเงินเพื่อซื้อเสียง

 

โนมินี  หมายถึง  การใช้ตัวแทน  เช่น  เป็นรัฐบาลโนมินีเท่ากับทำหน้าที่แทนคนอื่นในการบริหารบ้านเมือง  หรือการให้ลูกเมียหรือญาติไปดำรงตำแหน่งทางการเมืองแทน

 

บุฟเฟ่ต์ โพลิติกส์  คือ  รัฐบาลที่ปล่อยให้รัฐมนตรีแต่ละคนฉ้อราษฎร์บังหลวงหาประโยชน์จากการดำรงตำแหน่ง  เหมือนกับการรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์

 

ฟาสต์ฟู๊ตคาบิเนต  คือ  คณะรัฐมนตรีที่รีบเร่งในการหาเงินด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง  หรือผลประโยชน์จากโครงการใหญ่ๆ  เนื่องจากเวลามีจำกัดจนขาดความละเมียดละไม 

 

รัฐบาลสามัคคีบริโภค  คือ  รัฐบาลที่ร่วมมือกันของพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหาผลประโยชน์จากงบประมาณแผ่นดิน  และจากการเสนอโครงการใหญ่ๆ ในลักษณะฉ้อราษฎร์บังหลวง 

 

วังหรือมุ้ง  คือ  การแบ่งกลุ่มในพรรคการเมือง  แต่ละกลุ่มก็มีหัวหน้ากลุ่มที่เรียกว่า  หัวหน้าวัง  หรือหัวหน้ามุ้ง  มีผลประโยชน์ตอบแทนให้กับนักการเมืองหรือ ส.ส. ที่อยู่ในอาณัติโดยจ่ายเป็นเงินประจำเดือน  หรือเป็นครั้งคราว

 

เล่นการเมือง  คือ  การเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมืองในทางใดทางหนึ่ง  เช่น  สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.  บางกรณีหมายถึงการใช้วิธีการทางการเมืองเพื่อได้สิ่งที่ตนต้องการ 

 

นักการเมืองและรัฐบุรุษ  มีการให้คำจำกัดความว่า  นักการเมืองคือผู้ซึ่งมองเฉพาะการเลือกตั้งในครั้งหน้า  ส่วนรัฐบุรุษจะคำนึงถึงอนาคตของประเทศและชนรุ่นหลัง

 

ทุจริตเชิงนโยบาย  หมายถึง  การเสนอนโยบายโดยจะได้ผลประโยชน์จากการนำนโยบายนั้นไปปฏิบัติ  อาจจะเป็นผลประโยชน์ได้เป็นตัวเงิน  หรือเป็นการสร้างความนิยมชมชอบเพื่อให้ได้รับเลือกตั้งในคราวหน้า  กล่าวอีกนัยหนึ่ง  คือการใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อผลประโยชน์ของการชนะการเลือกตั้ง  โดยทำให้เกิดความนิยมชมชอบต่อพรรคการเมืองนั้น  หรือต่อตัวบุคคลที่เป็นสมาชิกของพรรคนั้น

 

ในกรณีของวาทกรรมทางการเมืองนั้น  เป็นการบ่งบอกถึงความเป็นจริงทางการเมือง หรือสัจธรรมทางการเมือง  เพื่อเป็นการพรรณนาถึงสภาวะที่เป็นอยู่  หรือเป็นการเตือนสติของผู้ซึ่งต้องการเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางการเมือง  เช่น

 

การเมืองเรื่องสกปรก  ซึ่งหมายความว่า  ถ้าเกี่ยวข้องกับการเมืองต้องทำใจว่าอาจจะมีการพูดเท็จ  หักหลังกัน  โดยขาดหิริโอตับปะ 

 

ไม่มีมิตรแท้  ไม่มีศัตรูถาวรทางการเมือง  ในกระบวนการทางการเมือง การเป็นมิตรจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีผลประโยชน์ร่วมกัน  การเป็นศัตรูก็เมื่อเกิดผลประโยชน์ขัดกัน  แต่สภาพดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดย  มิตรกลายเป็นศัตรู  หรือศัตรูกลายเป็นมิตร  ไม่มีลักษณะถาวรแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และโอกาส

 

คนเล่นการเมืองต้องมีหนามรอบตัว  ซึ่งหมายคามว่า  จะต้องมีความสามารถรอบด้าน  มีเหลี่ยม  มีคู  ฉลาด  จะถูกต้มถูกหลอกง่ายๆ ไม่ได้ 

 

การเมืองเป็นศิลปะของความเป็นไปได้ (Politics is the art of the possible.) หมายความว่า  การเมืองนั้นเป็นศิลปะของการทำให้เกิดความสำเร็จให้ได้  แม้จะมีการละเมิดต่อศีลธรรมจริยธรรมก็ตาม  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง  ไม่มีอะไรที่การเมืองทำไม่ได้  ในส่วนนี้ก็อาจจะสอดคล้องกับวาทกรรมที่ว่า  การเมืองเป็นเรื่องสกปรก

 

ถ้าทนความร้อนไม่ได้ก็ให้ออกไปจากครัว (If you cannot stand the heat, get out of the kitchen.)  หมายความว่า  ถ้าทนกระบวนการทางการเมืองที่อาจจะไม่ยุติธรรม  ขาดศีลธรรมจริยธรรมก็ต้องเลิกเล่นการเมือง

 

เสื้อเหลือง เสื้อแดง  เสื้อน้ำเงิน  เสื้อเขียว  เสื้อขาว  เสื้อดำ  เสื้อสีส้ม  คือสัญลักษณ์ทางการเมืองที่บ่งถึงกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยมีความหมายในทางจุดยืนทางการเมืองด้วย

 

การเมืองก็เป็นก็เป็นฉะนี้ไม่ใช่หรือ  หมายความว่า  การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจ  รุนแรงในการต่อสู้เพื่อเอาชนะ  ไม่มีข้อยกเว้นแม้ในหมู่ญาติ  ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเมืองจึงต้องเข้าใจความรุนแรงที่มาจากการเมืองและการแสวงหาอำนาจ

 

ตัวอย่างที่ยกมาพอเป็นสังเขปนี้  ชี้ให้เห็นถึงศัพท์ทางการเมืองและวาทกรรมทางการเมือง  ซึ่งมีวิวัฒนาการมาจากสถานการณ์ทางการเมือง  สังคม  เศรษฐกิจ  ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง  หลายส่วนที่กล่าวมานั้นมีลักษณะเฉพาะสังคมไทย  บางส่วนก็เป็นเรื่องของสากล  ประโยชน์ที่ได้รับก็คือ  การสามารถจะใช้ความหมายจากศัพท์ทางการเมืองและวาทกรรมทางการเมืองอธิบายปรากฏการณ์ทางการเมือง  หรือเป็นคติที่คอยตักเตือนให้พร้อมกับการเผชิญปัญหาและอุปสรรค

 
   
<< กลับไปดูหัวข้อทั้งหมด l เลื่อนขึ้น
Dr. L. Dhiravegin's profile l Articles l Contact Dr. Likhit
© 2005 Prof.Dr. Likhit Dhiravegin. All rights reserved.
WebHosting by www.Joinhost.com